ทุเรียน มุมที่ถูกมอง บทที่3 - ทุเรียน มุมที่ถูกมอง บทที่3 นิยาย ทุเรียน มุมที่ถูกมอง บทที่3 : Dek-D.com - Writer
NC

คำเตือนเนื้อหา

เนื้อหาของเรื่องนี้อาจมีฉากหรือคำบรรยายที่ไม่เหมาะสม

  • มีเนื้อหาที่เครียดหรือหดหู่มาก ซึ่งอาจกระทบต่อภาวะทางจิตใจ

เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรใช้วิจารณญานในการอ่าน

กดยอมรับเพื่อเข้าสู่เนื้อหา หรือ อ่านเงื่อนไขเพิ่มเติม
ปิด

    ทุเรียน มุมที่ถูกมอง บทที่3

    เรื่องราวเกี่ยวเด็กหนุ่มคนนึงที่พึงเรื่องจบมาและพยายามหางานทำจนเขามาถึงทางตันของชีวิตโชคชะตาจึงพาเขาไปเจอกับสิ่งแปลดประหลาด

    ผู้เข้าชมรวม

    35

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    1

    ผู้เข้าชมรวม


    35

    ความคิดเห็น


    0

    คนติดตาม


    0
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  23 ก.ย. 67 / 15:51 น.
    คำเตือนเนื้อหา NC

    มีเนื้อหาที่เครียดหรือหดหู่มาก ซึ่งอาจกระทบต่อภาวะทางจิตใจ



    ข้อมูลเบื้องต้น

    บทที่ 3 ก้าน
         สวัสดีครับผม ใย เป็นวัยรุ่นทั่วไปที่พึ่งเรียนจบที่มีความฝันเหมือนคนทั่วไป วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ต้องพยายามหางานทำต่อไป ช่างต่างกับวัยรุ่นคนอื่นๆที่กำลังหาตัวเองหรือไปใช้ชีวิตหลังเรียนจบ แต่ผมกลับต้องพยายามหางานเพื่อใช้ในวันถัดๆไป ผมนั่งอยู่บนรถเมล์เพื่อไปสัมภาษณ์งานครั้งแรกหลังจากสมัครงานมานาน อยู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้นผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเบอร์ที่ขึ้นมาเป็นเบอร์หมอที่กำลังรักษาแม่ของผมอยู่ ในตอนวัยเด็กแม่ผมได้มาช่วยผมไว้ในตอนที่ผมกำลังเล่นน้ำอยู่ แต่หลังจากพาผมขึ้นมาได้แม่ของผมกลับหายไปในทะเลเกือบ 20 นาที ทำให้แม่ผมยังหมดสติจนถึงปัจจุบัน “สวัสดีครับคุณใย ตอนนี้แม่ของคุณอยู่ดีๆก็มีอาการโคม่า คุณหมอแนะนำให้ผ่าตัดด่วนคุณใยว่ายังไงครับ” ผมที่ได้ยินสิ่งที่คุณหมอพูดผมทำได้แค่ตกใจและช็อคไปพร้อมๆกันได้แต่ตอบกลับไปว่า “คุณหมอครับช่วยยื้อเวลาให้หน่อยนะครับตอนนี้ผมกำลังจะได้งานทำแล้วเดียวผมจะรีบเอาเงินไปให้” สิ้นเสียงนั้นผมจึงวางสายคุณหมอไปนั่งมาสักพักจนถึงสถานที่ที่ผมนัดมาสัมภาษณ์ไว้ ผมจึงรีบรถไปจากรถแต่ทว่านั้นผมกำลังจะหยิบเอกสารออกจากกระเป๋าผมดันลืมเอาเอกสารสมัครงานมาด้วย “บ้าเอ๋ยมาลืมบ้าอะไรวันนี้เนี่ย” ผมตัดสินใจเลือกเข้าไปก่อนเพื่อจะอธิบายเรื่องราวให้ฟัง ผมนั่งรอจนถึงคิวของผมเข้าไปสัมภาษณ์ในขณะที่ผมกำลังเดินเข้าไป คนที่ยืนตรวจเอกสารก็พูดขึ้นมาว่า “ขอดูเอกสารหน่อยยืนยันตัวตนหน่อยนะคะ” ผมได้แต่อึ้งและตอบกลับไปแบบเสียงสั่นๆว่า “เอออ พอดีผมลืมเอาเอกสารมาด้วยอะครับ แต่ผมจำทุกอย่างได้หมดเลยนะครับ” คนตรวจเอกสารได้บอกกับผมว่า “ไม่ได้นะคะถ้าไม่มีเอกสารก็อย่าเข้าไปเลยคะเสียเวลาคนสมัครคนอื่น” ใยตอบ “ไม่ได้นะครับงานครั้งนี้มันสำคัญกับผมจริงๆช่วยผมหน่อยนะครับ “ “ ไม่ได้ค่ะถ้าคุณไม่ออกไปเองดิฉันต้องเรียกรปภมาดึงตัวออกไปนะคะ” หลังจากนั้นผมก็พยายามอธิบายอยู่นานจนมีรปภมาดึงตัวผมออกไป หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้ผมรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตมากๆ รู้แค่ว่าถ้าทำได้ดีกว่านี้ก็คงดี ถ้าตอนนั้นนึกขึ้นได้เรื่องเอกสารก็คงได้งานไปแล้ว หลังจากนั้นผมก็ตัดสินใจที่จะกลับบ้านเพื่อลองหางานในอินเทอร์เน็ตอีกที 
                  ด้วยความเพลียผมจึงเผลอนอนบนรถตื่นอีกทีก็ถึงป้ายที่ต้องลงแล้ว ผมเดินกลับบ้านด้วยความเซ็งและแวะซื้อข้าวแกงร้านประจำกลับไปกินด้วย ผมเดินมาถึงหน้าบ้านอยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงที่ไม่อยากได้ยินที่สุด “ใยเงินค่าเช่าละ เดือนนี้ก็เข้าเดือนที่ 3 แล้วนะที่ยังไม่ได้จ่าย” เสียงป้าเจ้าของบ้านถามด้วยความไม่พอใจ “ป้าครับช่วยรออีกหน่อยนะครับ ตอนนี้ผมพยายามหาเงินมาใกล้ได้แล้ว เดียวผมขอเวลาอีกหนึ่งเดือนนะครับ” ผมขอร้องป้าเจ้าของบ้านอยู่นานกว่าคุณป้าเขาจะยอมให้ผมเลื่อนจ่ายค่าบ้านไปก่อน ผมจึงรีบวิ่งเข้าบ้านเพื่อหาข้อมูลสมัครงานหรือร้านต่างๆที่เขายังรับพนักงานอยู่ ผมยื่นเอกสารสมัครงานไปทุกที่ ผมพยายามเดินหาที่เขาแปะป้่ายรับสมัครงาน จนดึกผมจึงตัดสินใจกลับบ้านเพื่อพักผ่อน ผมรู้สึกเหนื่อยมากๆกับชีวิตในแต่ละวัน ทุกๆอย่างเข้ามาพร้อมๆกันจนผมรับมือไม่ไหวชีวิตของผมตอนนี้มันเหมือนเดินทางมาถึงทางตันแล้ว จนผมเผลอหลับไป
               อยู่ดีๆผมก็สะดุดตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังลั่นไปทั่วบ้าน “ใครโทรมาเวลานี่เนี่ย” ผมหหยิบโทรศัพท์มารับพร้อมพูดว่า
                       “ฮัลโหลครับนี่ใครครับ” 
                       “สวัสดีคะนี้ใช่เบอร์ของคุณใย ที่มาสมัครงานกับเราทางเว็บไซต์ใช่ไหมคะ”
                       “ใช่ครับผมเอง ที่โทรมาแปลว่าผมได้งานแล้วใช่ไหมครับ ผมทำครับ ผมทำเลย ทำวันนี้เลยก็ได้นะครับ”
                      “ได้คะถ้าคุณใยพรัอม คุณใยเดินทางไปที่สถานที่ที่ทางเราส่งให้ทางข้อความเลยนะคะ”
                      “ครับ ได้ครับ”
    หลังจากวางสายไปผมตะโกนเสียงดังลั่นบ้านด้วยความดีสุดขีด “เย้ ในที่สุดก็ได้งานนักที” ผมรีบลุกออกจากที่นอนและตรงเข้าไปห้องน้ำเพื่ออาบน้ำและไปทำงานเป็นวันแรก แต่เส้นทางที่จะไปทำงานครั้งนี้มันไม่เหมือนไปสถานที่ทั่วๆไป ผมต้องเข้าป่าและเดินเท้าเปล่าเข้าไปเกือบ 3 กิโล สถานที่ที่อยู่ตรงหน้าผมนั้นมันไม่เหมือนกับบริษัทและมันไม่เหมือนกับร้านที่จะพร้อมจะขายอะไรสักอย่างได้ มันกับมีแต่ฝุ่นมีแต่ใยแมงมุงและไม้เก่าๆที่พอประกอบเป็นบ้านเล็กๆหลังนึงได้แต่สภาพของมันก็ไม่น่าจะมีใครสักคนพออาศัยอยู่ภายในได้ ผมได้เดินสำรวจรอบๆบ้านก็ไม่เห็นแม้แต่สิ่งมีชีวิตเดียวอยู่ภายในบ้านแต่ผมกับได้กลิ่นของเน่าเสียมาจากภายในบ้าน ผมจึงตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปดู ผมเข้าไปในภายในบ้านได้ไม่นานกลิ่นมันกลับแรงขึ้นแบบสุดๆผมลองเดินเข้าไปอีกนึงเพื่อจะเจอต้นตอของกลิ่น แต่สิ่งที่ผมเห็นมันกลับเป็นศพของใครก็ไม่รู้ที่เน่าเหม็ดจนมีหนูมาอยู่รอบๆศพ สภาพในขณะนั้นมันช่างชวนอ้วกเป็นที่สุด จนผมวิ่งออกมาจากบ้านหลังนั้น ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรกลับหาผู้หญิงคนนั้นที่โทรมา แต่มันกลับไม่มีเบอร์อะไรขึี้นมาในประวัติการรับก็ไม่มีแม้แต่เงาของเบอร์ เบอร์นั้นมันทำให้ผมตกใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมจึงตัดสินใจโทรหาตำรวจ เวลาผ่านไปไม่นานก็มีตำรวจกลุ่มนึงเข้ามาภายในป่าและเข้าไปตรวจสอบศพภายในบ้าน และตำรวจได้พาผมไปสอบปากคำที่โรงพักเพื่อเก็บหลักฐาน หลังจากให้การเสร็จสิ้นผมจึงตรงกลับมาที่บ้านเพื่อตรวจสอบดูเว็บไซต์ที่น่าสงสัยที่ผมได้ไปสมัครงานไว้ แต่มันกลับไม่มีเว็บไซต์ที่น่าสงสัยหรือเกี่ยวข้องกับบ้านหลังนั้นเลย หลังจากนั้นสองวันก็มีตำรวจโทรมา เล่าให้ผมฟังว่าผู้ตายเขาเป็นเจ้าของบ้านเช่าแห่งนึง ส่วนอยู่ที่ไหนตำรวจบอกเปิดเผย์ไม่ได้ จนถึงวันนี้มีอีกเหตุการณ์ที่ผมไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น คือแม่ของผมเสียขณะรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ซึ่งท่านได้เสียมาเกือบอาทิตย์แล้วแต่เหตุการณ์ที่คุณหมอโทรมาบอกกับผมละมันหมายความว่าอะไร และเหตุการณ์การเสียชีวิตของเจ้าของตึกมันเกี่ยวอะไรกัน เรื่องบ้าๆทั้งหมดนี้มันคืออะไร วันนั้นผมได้ลองไปสถานที่ ที่ผมได้ไปสมัครงานแต่กลับกันสถานที่นั้นกลับไม่เคยมีมาก่อน ตึกนั้นกลับไปเป็นห้างธรรมดาๆแห่งนึง และทุกอย่างที่เกิดในอาทิตย์นั้นมันกลับหายไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
                แต่ในวันนั้นผมได้ลองไปหาครอบครัวนึงที่เพื่อนของผมเคยแนะนำไว้ว่าครอบครัวนี้เป็นร่างทรง ผมต้องการจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ให้ได้ แต่ขณะที่ผมกำลังเข้าไปภายในบ้านหลังนั้น กลับมีผู้หญิงวัยนักเรียน 2 คน และผู้หญิงวัยกลางคนอีก 1 คน และร่างที่มีเลือดท่วมตัวอีก 1 ทั้งหมดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
                                โปรดติดตามบทต่อไป……
    บทที่ 3 ก้าน
         สวัสดีครับผม ใย เป็นวัยรุ่นทั่วไปที่พึ่งเรียนจบที่มีความฝันเหมือนคนทั่วไป วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ต้องพยายามหางานทำต่อไป ช่างต่างกับวัยรุ่นคนอื่นๆที่กำลังหาตัวเองหรือไปใช้ชีวิตหลังเรียนจบ แต่ผมกลับต้องพยายามหางานเพื่อใช้ในวันถัดๆไป ผมนั่งอยู่บนรถเมล์เพื่อไปสัมภาษณ์งานครั้งแรกหลังจากสมัครงานมานาน อยู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้นผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเบอร์ที่ขึ้นมาเป็นเบอร์หมอที่กำลังรักษาแม่ของผมอยู่ ในตอนวัยเด็กแม่ผมได้มาช่วยผมไว้ในตอนที่ผมกำลังเล่นน้ำอยู่ แต่หลังจากพาผมขึ้นมาได้แม่ของผมกลับหายไปในทะเลเกือบ 20 นาที ทำให้แม่ผมยังหมดสติจนถึงปัจจุบัน “สวัสดีครับคุณใย ตอนนี้แม่ของคุณอยู่ดีๆก็มีอาการโคม่า คุณหมอแนะนำให้ผ่าตัดด่วนคุณใยว่ายังไงครับ” ผมที่ได้ยินสิ่งที่คุณหมอพูดผมทำได้แค่ตกใจและช็อคไปพร้อมๆกันได้แต่ตอบกลับไปว่า “คุณหมอครับช่วยยื้อเวลาให้หน่อยนะครับตอนนี้ผมกำลังจะได้งานทำแล้วเดียวผมจะรีบเอาเงินไปให้” สิ้นเสียงนั้นผมจึงวางสายคุณหมอไปนั่งมาสักพักจนถึงสถานที่ที่ผมนัดมาสัมภาษณ์ไว้ ผมจึงรีบรถไปจากรถแต่ทว่านั้นผมกำลังจะหยิบเอกสารออกจากกระเป๋าผมดันลืมเอาเอกสารสมัครงานมาด้วย “บ้าเอ๋ยมาลืมบ้าอะไรวันนี้เนี่ย” ผมตัดสินใจเลือกเข้าไปก่อนเพื่อจะอธิบายเรื่องราวให้ฟัง ผมนั่งรอจนถึงคิวของผมเข้าไปสัมภาษณ์ในขณะที่ผมกำลังเดินเข้าไป คนที่ยืนตรวจเอกสารก็พูดขึ้นมาว่า “ขอดูเอกสารหน่อยยืนยันตัวตนหน่อยนะคะ” ผมได้แต่อึ้งและตอบกลับไปแบบเสียงสั่นๆว่า “เอออ พอดีผมลืมเอาเอกสารมาด้วยอะครับ แต่ผมจำทุกอย่างได้หมดเลยนะครับ” คนตรวจเอกสารได้บอกกับผมว่า “ไม่ได้นะคะถ้าไม่มีเอกสารก็อย่าเข้าไปเลยคะเสียเวลาคนสมัครคนอื่น” ใยตอบ “ไม่ได้นะครับงานครั้งนี้มันสำคัญกับผมจริงๆช่วยผมหน่อยนะครับ “ “ ไม่ได้ค่ะถ้าคุณไม่ออกไปเองดิฉันต้องเรียกรปภมาดึงตัวออกไปนะคะ” หลังจากนั้นผมก็พยายามอธิบายอยู่นานจนมีรปภมาดึงตัวผมออกไป หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้ผมรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตมากๆ รู้แค่ว่าถ้าทำได้ดีกว่านี้ก็คงดี ถ้าตอนนั้นนึกขึ้นได้เรื่องเอกสารก็คงได้งานไปแล้ว หลังจากนั้นผมก็ตัดสินใจที่จะกลับบ้านเพื่อลองหางานในอินเทอร์เน็ตอีกที 
                  ด้วยความเพลียผมจึงเผลอนอนบนรถตื่นอีกทีก็ถึงป้ายที่ต้องลงแล้ว ผมเดินกลับบ้านด้วยความเซ็งและแวะซื้อข้าวแกงร้านประจำกลับไปกินด้วย ผมเดินมาถึงหน้าบ้านอยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงที่ไม่อยากได้ยินที่สุด “ใยเงินค่าเช่าละ เดือนนี้ก็เข้าเดือนที่ 3 แล้วนะที่ยังไม่ได้จ่าย” เสียงป้าเจ้าของบ้านถามด้วยความไม่พอใจ “ป้าครับช่วยรออีกหน่อยนะครับ ตอนนี้ผมพยายามหาเงินมาใกล้ได้แล้ว เดียวผมขอเวลาอีกหนึ่งเดือนนะครับ” ผมขอร้องป้าเจ้าของบ้านอยู่นานกว่าคุณป้าเขาจะยอมให้ผมเลื่อนจ่ายค่าบ้านไปก่อน ผมจึงรีบวิ่งเข้าบ้านเพื่อหาข้อมูลสมัครงานหรือร้านต่างๆที่เขายังรับพนักงานอยู่ ผมยื่นเอกสารสมัครงานไปทุกที่ ผมพยายามเดินหาที่เขาแปะป้่ายรับสมัครงาน จนดึกผมจึงตัดสินใจกลับบ้านเพื่อพักผ่อน ผมรู้สึกเหนื่อยมากๆกับชีวิตในแต่ละวัน ทุกๆอย่างเข้ามาพร้อมๆกันจนผมรับมือไม่ไหวชีวิตของผมตอนนี้มันเหมือนเดินทางมาถึงทางตันแล้ว จนผมเผลอหลับไป
               อยู่ดีๆผมก็สะดุดตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังลั่นไปทั่วบ้าน “ใครโทรมาเวลานี่เนี่ย” ผมหหยิบโทรศัพท์มารับพร้อมพูดว่า
                       “ฮัลโหลครับนี่ใครครับ” 
                       “สวัสดีคะนี้ใช่เบอร์ของคุณใย ที่มาสมัครงานกับเราทางเว็บไซต์ใช่ไหมคะ”
                       “ใช่ครับผมเอง ที่โทรมาแปลว่าผมได้งานแล้วใช่ไหมครับ ผมทำครับ ผมทำเลย ทำวันนี้เลยก็ได้นะครับ”
                      “ได้คะถ้าคุณใยพรัอม คุณใยเดินทางไปที่สถานที่ที่ทางเราส่งให้ทางข้อความเลยนะคะ”
                      “ครับ ได้ครับ”
    หลังจากวางสายไปผมตะโกนเสียงดังลั่นบ้านด้วยความดีสุดขีด “เย้ ในที่สุดก็ได้งานนักที” ผมรีบลุกออกจากที่นอนและตรงเข้าไปห้องน้ำเพื่ออาบน้ำและไปทำงานเป็นวันแรก แต่เส้นทางที่จะไปทำงานครั้งนี้มันไม่เหมือนไปสถานที่ทั่วๆไป ผมต้องเข้าป่าและเดินเท้าเปล่าเข้าไปเกือบ 3 กิโล สถานที่ที่อยู่ตรงหน้าผมนั้นมันไม่เหมือนกับบริษัทและมันไม่เหมือนกับร้านที่จะพร้อมจะขายอะไรสักอย่างได้ มันกับมีแต่ฝุ่นมีแต่ใยแมงมุงและไม้เก่าๆที่พอประกอบเป็นบ้านเล็กๆหลังนึงได้แต่สภาพของมันก็ไม่น่าจะมีใครสักคนพออาศัยอยู่ภายในได้ ผมได้เดินสำรวจรอบๆบ้านก็ไม่เห็นแม้แต่สิ่งมีชีวิตเดียวอยู่ภายในบ้านแต่ผมกับได้กลิ่นของเน่าเสียมาจากภายในบ้าน ผมจึงตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปดู ผมเข้าไปในภายในบ้านได้ไม่นานกลิ่นมันกลับแรงขึ้นแบบสุดๆผมลองเดินเข้าไปอีกนึงเพื่อจะเจอต้นตอของกลิ่น แต่สิ่งที่ผมเห็นมันกลับเป็นศพของใครก็ไม่รู้ที่เน่าเหม็ดจนมีหนูมาอยู่รอบๆศพ สภาพในขณะนั้นมันช่างชวนอ้วกเป็นที่สุด จนผมวิ่งออกมาจากบ้านหลังนั้น ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรกลับหาผู้หญิงคนนั้นที่โทรมา แต่มันกลับไม่มีเบอร์อะไรขึี้นมาในประวัติการรับก็ไม่มีแม้แต่เงาของเบอร์ เบอร์นั้นมันทำให้ผมตกใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมจึงตัดสินใจโทรหาตำรวจ เวลาผ่านไปไม่นานก็มีตำรวจกลุ่มนึงเข้ามาภายในป่าและเข้าไปตรวจสอบศพภายในบ้าน และตำรวจได้พาผมไปสอบปากคำที่โรงพักเพื่อเก็บหลักฐาน หลังจากให้การเสร็จสิ้นผมจึงตรงกลับมาที่บ้านเพื่อตรวจสอบดูเว็บไซต์ที่น่าสงสัยที่ผมได้ไปสมัครงานไว้ แต่มันกลับไม่มีเว็บไซต์ที่น่าสงสัยหรือเกี่ยวข้องกับบ้านหลังนั้นเลย หลังจากนั้นสองวันก็มีตำรวจโทรมา เล่าให้ผมฟังว่าผู้ตายเขาเป็นเจ้าของบ้านเช่าแห่งนึง ส่วนอยู่ที่ไหนตำรวจบอกเปิดเผย์ไม่ได้ จนถึงวันนี้มีอีกเหตุการณ์ที่ผมไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น คือแม่ของผมเสียขณะรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ซึ่งท่านได้เสียมาเกือบอาทิตย์แล้วแต่เหตุการณ์ที่คุณหมอโทรมาบอกกับผมละมันหมายความว่าอะไร และเหตุการณ์การเสียชีวิตของเจ้าของตึกมันเกี่ยวอะไรกัน เรื่องบ้าๆทั้งหมดนี้มันคืออะไร วันนั้นผมได้ลองไปสถานที่ ที่ผมได้ไปสมัครงานแต่กลับกันสถานที่นั้นกลับไม่เคยมีมาก่อน ตึกนั้นกลับไปเป็นห้างธรรมดาๆแห่งนึง และทุกอย่างที่เกิดในอาทิตย์นั้นมันกลับหายไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
                แต่ในวันนั้นผมได้ลองไปหาครอบครัวนึงที่เพื่อนของผมเคยแนะนำไว้ว่าครอบครัวนี้เป็นร่างทรง ผมต้องการจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ให้ได้ แต่ขณะที่ผมกำลังเข้าไปภายในบ้านหลังนั้น กลับมีผู้หญิงวัยนักเรียน 2 คน และผู้หญิงวัยกลางคนอีก 1 คน และร่างที่มีเลือดท่วมตัวอีก 1 ทั้งหมดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
                                โปรดติดตามบทต่อไป……
    บทที่ 3 ก้าน
         สวัสดีครับผม ใย เป็นวัยรุ่นทั่วไปที่พึ่งเรียนจบที่มีความฝันเหมือนคนทั่วไป วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ต้องพยายามหางานทำต่อไป ช่างต่างกับวัยรุ่นคนอื่นๆที่กำลังหาตัวเองหรือไปใช้ชีวิตหลังเรียนจบ แต่ผมกลับต้องพยายามหางานเพื่อใช้ในวันถัดๆไป ผมนั่งอยู่บนรถเมล์เพื่อไปสัมภาษณ์งานครั้งแรกหลังจากสมัครงานมานาน อยู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้นผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเบอร์ที่ขึ้นมาเป็นเบอร์หมอที่กำลังรักษาแม่ของผมอยู่ ในตอนวัยเด็กแม่ผมได้มาช่วยผมไว้ในตอนที่ผมกำลังเล่นน้ำอยู่ แต่หลังจากพาผมขึ้นมาได้แม่ของผมกลับหายไปในทะเลเกือบ 20 นาที ทำให้แม่ผมยังหมดสติจนถึงปัจจุบัน “สวัสดีครับคุณใย ตอนนี้แม่ของคุณอยู่ดีๆก็มีอาการโคม่า คุณหมอแนะนำให้ผ่าตัดด่วนคุณใยว่ายังไงครับ” ผมที่ได้ยินสิ่งที่คุณหมอพูดผมทำได้แค่ตกใจและช็อคไปพร้อมๆกันได้แต่ตอบกลับไปว่า “คุณหมอครับช่วยยื้อเวลาให้หน่อยนะครับตอนนี้ผมกำลังจะได้งานทำแล้วเดียวผมจะรีบเอาเงินไปให้” สิ้นเสียงนั้นผมจึงวางสายคุณหมอไปนั่งมาสักพักจนถึงสถานที่ที่ผมนัดมาสัมภาษณ์ไว้ ผมจึงรีบรถไปจากรถแต่ทว่านั้นผมกำลังจะหยิบเอกสารออกจากกระเป๋าผมดันลืมเอาเอกสารสมัครงานมาด้วย “บ้าเอ๋ยมาลืมบ้าอะไรวันนี้เนี่ย” ผมตัดสินใจเลือกเข้าไปก่อนเพื่อจะอธิบายเรื่องราวให้ฟัง ผมนั่งรอจนถึงคิวของผมเข้าไปสัมภาษณ์ในขณะที่ผมกำลังเดินเข้าไป คนที่ยืนตรวจเอกสารก็พูดขึ้นมาว่า “ขอดูเอกสารหน่อยยืนยันตัวตนหน่อยนะคะ” ผมได้แต่อึ้งและตอบกลับไปแบบเสียงสั่นๆว่า “เอออ พอดีผมลืมเอาเอกสารมาด้วยอะครับ แต่ผมจำทุกอย่างได้หมดเลยนะครับ” คนตรวจเอกสารได้บอกกับผมว่า “ไม่ได้นะคะถ้าไม่มีเอกสารก็อย่าเข้าไปเลยคะเสียเวลาคนสมัครคนอื่น” ใยตอบ “ไม่ได้นะครับงานครั้งนี้มันสำคัญกับผมจริงๆช่วยผมหน่อยนะครับ “ “ ไม่ได้ค่ะถ้าคุณไม่ออกไปเองดิฉันต้องเรียกรปภมาดึงตัวออกไปนะคะ” หลังจากนั้นผมก็พยายามอธิบายอยู่นานจนมีรปภมาดึงตัวผมออกไป หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้ผมรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตมากๆ รู้แค่ว่าถ้าทำได้ดีกว่านี้ก็คงดี ถ้าตอนนั้นนึกขึ้นได้เรื่องเอกสารก็คงได้งานไปแล้ว หลังจากนั้นผมก็ตัดสินใจที่จะกลับบ้านเพื่อลองหางานในอินเทอร์เน็ตอีกที 
                  ด้วยความเพลียผมจึงเผลอนอนบนรถตื่นอีกทีก็ถึงป้ายที่ต้องลงแล้ว ผมเดินกลับบ้านด้วยความเซ็งและแวะซื้อข้าวแกงร้านประจำกลับไปกินด้วย ผมเดินมาถึงหน้าบ้านอยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงที่ไม่อยากได้ยินที่สุด “ใยเงินค่าเช่าละ เดือนนี้ก็เข้าเดือนที่ 3 แล้วนะที่ยังไม่ได้จ่าย” เสียงป้าเจ้าของบ้านถามด้วยความไม่พอใจ “ป้าครับช่วยรออีกหน่อยนะครับ ตอนนี้ผมพยายามหาเงินมาใกล้ได้แล้ว เดียวผมขอเวลาอีกหนึ่งเดือนนะครับ” ผมขอร้องป้าเจ้าของบ้านอยู่นานกว่าคุณป้าเขาจะยอมให้ผมเลื่อนจ่ายค่าบ้านไปก่อน ผมจึงรีบวิ่งเข้าบ้านเพื่อหาข้อมูลสมัครงานหรือร้านต่างๆที่เขายังรับพนักงานอยู่ ผมยื่นเอกสารสมัครงานไปทุกที่ ผมพยายามเดินหาที่เขาแปะป้่ายรับสมัครงาน จนดึกผมจึงตัดสินใจกลับบ้านเพื่อพักผ่อน ผมรู้สึกเหนื่อยมากๆกับชีวิตในแต่ละวัน ทุกๆอย่างเข้ามาพร้อมๆกันจนผมรับมือไม่ไหวชีวิตของผมตอนนี้มันเหมือนเดินทางมาถึงทางตันแล้ว จนผมเผลอหลับไป
               อยู่ดีๆผมก็สะดุดตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังลั่นไปทั่วบ้าน “ใครโทรมาเวลานี่เนี่ย” ผมหหยิบโทรศัพท์มารับพร้อมพูดว่า
                       “ฮัลโหลครับนี่ใครครับ” 
                       “สวัสดีคะนี้ใช่เบอร์ของคุณใย ที่มาสมัครงานกับเราทางเว็บไซต์ใช่ไหมคะ”
                       “ใช่ครับผมเอง ที่โทรมาแปลว่าผมได้งานแล้วใช่ไหมครับ ผมทำครับ ผมทำเลย ทำวันนี้เลยก็ได้นะครับ”
                      “ได้คะถ้าคุณใยพรัอม คุณใยเดินทางไปที่สถานที่ที่ทางเราส่งให้ทางข้อความเลยนะคะ”
                      “ครับ ได้ครับ”
    หลังจากวางสายไปผมตะโกนเสียงดังลั่นบ้านด้วยความดีสุดขีด “เย้ ในที่สุดก็ได้งานนักที” ผมรีบลุกออกจากที่นอนและตรงเข้าไปห้องน้ำเพื่ออาบน้ำและไปทำงานเป็นวันแรก แต่เส้นทางที่จะไปทำงานครั้งนี้มันไม่เหมือนไปสถานที่ทั่วๆไป ผมต้องเข้าป่าและเดินเท้าเปล่าเข้าไปเกือบ 3 กิโล สถานที่ที่อยู่ตรงหน้าผมนั้นมันไม่เหมือนกับบริษัทและมันไม่เหมือนกับร้านที่จะพร้อมจะขายอะไรสักอย่างได้ มันกับมีแต่ฝุ่นมีแต่ใยแมงมุงและไม้เก่าๆที่พอประกอบเป็นบ้านเล็กๆหลังนึงได้แต่สภาพของมันก็ไม่น่าจะมีใครสักคนพออาศัยอยู่ภายในได้ ผมได้เดินสำรวจรอบๆบ้านก็ไม่เห็นแม้แต่สิ่งมีชีวิตเดียวอยู่ภายในบ้านแต่ผมกับได้กลิ่นของเน่าเสียมาจากภายในบ้าน ผมจึงตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปดู ผมเข้าไปในภายในบ้านได้ไม่นานกลิ่นมันกลับแรงขึ้นแบบสุดๆผมลองเดินเข้าไปอีกนึงเพื่อจะเจอต้นตอของกลิ่น แต่สิ่งที่ผมเห็นมันกลับเป็นศพของใครก็ไม่รู้ที่เน่าเหม็ดจนมีหนูมาอยู่รอบๆศพ สภาพในขณะนั้นมันช่างชวนอ้วกเป็นที่สุด จนผมวิ่งออกมาจากบ้านหลังนั้น ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรกลับหาผู้หญิงคนนั้นที่โทรมา แต่มันกลับไม่มีเบอร์อะไรขึี้นมาในประวัติการรับก็ไม่มีแม้แต่เงาของเบอร์ เบอร์นั้นมันทำให้ผมตกใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมจึงตัดสินใจโทรหาตำรวจ เวลาผ่านไปไม่นานก็มีตำรวจกลุ่มนึงเข้ามาภายในป่าและเข้าไปตรวจสอบศพภายในบ้าน และตำรวจได้พาผมไปสอบปากคำที่โรงพักเพื่อเก็บหลักฐาน หลังจากให้การเสร็จสิ้นผมจึงตรงกลับมาที่บ้านเพื่อตรวจสอบดูเว็บไซต์ที่น่าสงสัยที่ผมได้ไปสมัครงานไว้ แต่มันกลับไม่มีเว็บไซต์ที่น่าสงสัยหรือเกี่ยวข้องกับบ้านหลังนั้นเลย หลังจากนั้นสองวันก็มีตำรวจโทรมา เล่าให้ผมฟังว่าผู้ตายเขาเป็นเจ้าของบ้านเช่าแห่งนึง ส่วนอยู่ที่ไหนตำรวจบอกเปิดเผย์ไม่ได้ จนถึงวันนี้มีอีกเหตุการณ์ที่ผมไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น คือแม่ของผมเสียขณะรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ซึ่งท่านได้เสียมาเกือบอาทิตย์แล้วแต่เหตุการณ์ที่คุณหมอโทรมาบอกกับผมละมันหมายความว่าอะไร และเหตุการณ์การเสียชีวิตของเจ้าของตึกมันเกี่ยวอะไรกัน เรื่องบ้าๆทั้งหมดนี้มันคืออะไร วันนั้นผมได้ลองไปสถานที่ ที่ผมได้ไปสมัครงานแต่กลับกันสถานที่นั้นกลับไม่เคยมีมาก่อน ตึกนั้นกลับไปเป็นห้างธรรมดาๆแห่งนึง และทุกอย่างที่เกิดในอาทิตย์นั้นมันกลับหายไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
                แต่ในวันนั้นผมได้ลองไปหาครอบครัวนึงที่เพื่อนของผมเคยแนะนำไว้ว่าครอบครัวนี้เป็นร่างทรง ผมต้องการจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ให้ได้ แต่ขณะที่ผมกำลังเข้าไปภายในบ้านหลังนั้น กลับมีผู้หญิงวัยนักเรียน 2 คน และผู้หญิงวัยกลางคนอีก 1 คน และร่างที่มีเลือดท่วมตัวอีก 1 ทั้งหมดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
                                โปรดติดตามบทต่อไป……
    บทที่ 3 ก้าน
         สวัสดีครับผม ใย เป็นวัยรุ่นทั่วไปที่พึ่งเรียนจบที่มีความฝันเหมือนคนทั่วไป วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ต้องพยายามหางานทำต่อไป ช่างต่างกับวัยรุ่นคนอื่นๆที่กำลังหาตัวเองหรือไปใช้ชีวิตหลังเรียนจบ แต่ผมกลับต้องพยายามหางานเพื่อใช้ในวันถัดๆไป ผมนั่งอยู่บนรถเมล์เพื่อไปสัมภาษณ์งานครั้งแรกหลังจากสมัครงานมานาน อยู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้นผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเบอร์ที่ขึ้นมาเป็นเบอร์หมอที่กำลังรักษาแม่ของผมอยู่ ในตอนวัยเด็กแม่ผมได้มาช่วยผมไว้ในตอนที่ผมกำลังเล่นน้ำอยู่ แต่หลังจากพาผมขึ้นมาได้แม่ของผมกลับหายไปในทะเลเกือบ 20 นาที ทำให้แม่ผมยังหมดสติจนถึงปัจจุบัน “สวัสดีครับคุณใย ตอนนี้แม่ของคุณอยู่ดีๆก็มีอาการโคม่า คุณหมอแนะนำให้ผ่าตัดด่วนคุณใยว่ายังไงครับ” ผมที่ได้ยินสิ่งที่คุณหมอพูดผมทำได้แค่ตกใจและช็อคไปพร้อมๆกันได้แต่ตอบกลับไปว่า “คุณหมอครับช่วยยื้อเวลาให้หน่อยนะครับตอนนี้ผมกำลังจะได้งานทำแล้วเดียวผมจะรีบเอาเงินไปให้” สิ้นเสียงนั้นผมจึงวางสายคุณหมอไปนั่งมาสักพักจนถึงสถานที่ที่ผมนัดมาสัมภาษณ์ไว้ ผมจึงรีบรถไปจากรถแต่ทว่านั้นผมกำลังจะหยิบเอกสารออกจากกระเป๋าผมดันลืมเอาเอกสารสมัครงานมาด้วย “บ้าเอ๋ยมาลืมบ้าอะไรวันนี้เนี่ย” ผมตัดสินใจเลือกเข้าไปก่อนเพื่อจะอธิบายเรื่องราวให้ฟัง ผมนั่งรอจนถึงคิวของผมเข้าไปสัมภาษณ์ในขณะที่ผมกำลังเดินเข้าไป คนที่ยืนตรวจเอกสารก็พูดขึ้นมาว่า “ขอดูเอกสารหน่อยยืนยันตัวตนหน่อยนะคะ” ผมได้แต่อึ้งและตอบกลับไปแบบเสียงสั่นๆว่า “เอออ พอดีผมลืมเอาเอกสารมาด้วยอะครับ แต่ผมจำทุกอย่างได้หมดเลยนะครับ” คนตรวจเอกสารได้บอกกับผมว่า “ไม่ได้นะคะถ้าไม่มีเอกสารก็อย่าเข้าไปเลยคะเสียเวลาคนสมัครคนอื่น” ใยตอบ “ไม่ได้นะครับงานครั้งนี้มันสำคัญกับผมจริงๆช่วยผมหน่อยนะครับ “ “ ไม่ได้ค่ะถ้าคุณไม่ออกไปเองดิฉันต้องเรียกรปภมาดึงตัวออกไปนะคะ” หลังจากนั้นผมก็พยายามอธิบายอยู่นานจนมีรปภมาดึงตัวผมออกไป หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้ผมรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตมากๆ รู้แค่ว่าถ้าทำได้ดีกว่านี้ก็คงดี ถ้าตอนนั้นนึกขึ้นได้เรื่องเอกสารก็คงได้งานไปแล้ว หลังจากนั้นผมก็ตัดสินใจที่จะกลับบ้านเพื่อลองหางานในอินเทอร์เน็ตอีกที 
                  ด้วยความเพลียผมจึงเผลอนอนบนรถตื่นอีกทีก็ถึงป้ายที่ต้องลงแล้ว ผมเดินกลับบ้านด้วยความเซ็งและแวะซื้อข้าวแกงร้านประจำกลับไปกินด้วย ผมเดินมาถึงหน้าบ้านอยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงที่ไม่อยากได้ยินที่สุด “ใยเงินค่าเช่าละ เดือนนี้ก็เข้าเดือนที่ 3 แล้วนะที่ยังไม่ได้จ่าย” เสียงป้าเจ้าของบ้านถามด้วยความไม่พอใจ “ป้าครับช่วยรออีกหน่อยนะครับ ตอนนี้ผมพยายามหาเงินมาใกล้ได้แล้ว เดียวผมขอเวลาอีกหนึ่งเดือนนะครับ” ผมขอร้องป้าเจ้าของบ้านอยู่นานกว่าคุณป้าเขาจะยอมให้ผมเลื่อนจ่ายค่าบ้านไปก่อน ผมจึงรีบวิ่งเข้าบ้านเพื่อหาข้อมูลสมัครงานหรือร้านต่างๆที่เขายังรับพนักงานอยู่ ผมยื่นเอกสารสมัครงานไปทุกที่ ผมพยายามเดินหาที่เขาแปะป้่ายรับสมัครงาน จนดึกผมจึงตัดสินใจกลับบ้านเพื่อพักผ่อน ผมรู้สึกเหนื่อยมากๆกับชีวิตในแต่ละวัน ทุกๆอย่างเข้ามาพร้อมๆกันจนผมรับมือไม่ไหวชีวิตของผมตอนนี้มันเหมือนเดินทางมาถึงทางตันแล้ว จนผมเผลอหลับไป
               อยู่ดีๆผมก็สะดุดตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังลั่นไปทั่วบ้าน “ใครโทรมาเวลานี่เนี่ย” ผมหหยิบโทรศัพท์มารับพร้อมพูดว่า
                       “ฮัลโหลครับนี่ใครครับ” 
                       “สวัสดีคะนี้ใช่เบอร์ของคุณใย ที่มาสมัครงานกับเราทางเว็บไซต์ใช่ไหมคะ”
                       “ใช่ครับผมเอง ที่โทรมาแปลว่าผมได้งานแล้วใช่ไหมครับ ผมทำครับ ผมทำเลย ทำวันนี้เลยก็ได้นะครับ”
                      “ได้คะถ้าคุณใยพรัอม คุณใยเดินทางไปที่สถานที่ที่ทางเราส่งให้ทางข้อความเลยนะคะ”
                      “ครับ ได้ครับ”
    หลังจากวางสายไปผมตะโกนเสียงดังลั่นบ้านด้วยความดีสุดขีด “เย้ ในที่สุดก็ได้งานนักที” ผมรีบลุกออกจากที่นอนและตรงเข้าไปห้องน้ำเพื่ออาบน้ำและไปทำงานเป็นวันแรก แต่เส้นทางที่จะไปทำงานครั้งนี้มันไม่เหมือนไปสถานที่ทั่วๆไป ผมต้องเข้าป่าและเดินเท้าเปล่าเข้าไปเกือบ 3 กิโล สถานที่ที่อยู่ตรงหน้าผมนั้นมันไม่เหมือนกับบริษัทและมันไม่เหมือนกับร้านที่จะพร้อมจะขายอะไรสักอย่างได้ มันกับมีแต่ฝุ่นมีแต่ใยแมงมุงและไม้เก่าๆที่พอประกอบเป็นบ้านเล็กๆหลังนึงได้แต่สภาพของมันก็ไม่น่าจะมีใครสักคนพออาศัยอยู่ภายในได้ ผมได้เดินสำรวจรอบๆบ้านก็ไม่เห็นแม้แต่สิ่งมีชีวิตเดียวอยู่ภายในบ้านแต่ผมกับได้กลิ่นของเน่าเสียมาจากภายในบ้าน ผมจึงตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปดู ผมเข้าไปในภายในบ้านได้ไม่นานกลิ่นมันกลับแรงขึ้นแบบสุดๆผมลองเดินเข้าไปอีกนึงเพื่อจะเจอต้นตอของกลิ่น แต่สิ่งที่ผมเห็นมันกลับเป็นศพของใครก็ไม่รู้ที่เน่าเหม็ดจนมีหนูมาอยู่รอบๆศพ สภาพในขณะนั้นมันช่างชวนอ้วกเป็นที่สุด จนผมวิ่งออกมาจากบ้านหลังนั้น ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรกลับหาผู้หญิงคนนั้นที่โทรมา แต่มันกลับไม่มีเบอร์อะไรขึี้นมาในประวัติการรับก็ไม่มีแม้แต่เงาของเบอร์ เบอร์นั้นมันทำให้ผมตกใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมจึงตัดสินใจโทรหาตำรวจ เวลาผ่านไปไม่นานก็มีตำรวจกลุ่มนึงเข้ามาภายในป่าและเข้าไปตรวจสอบศพภายในบ้าน และตำรวจได้พาผมไปสอบปากคำที่โรงพักเพื่อเก็บหลักฐาน หลังจากให้การเสร็จสิ้นผมจึงตรงกลับมาที่บ้านเพื่อตรวจสอบดูเว็บไซต์ที่น่าสงสัยที่ผมได้ไปสมัครงานไว้ แต่มันกลับไม่มีเว็บไซต์ที่น่าสงสัยหรือเกี่ยวข้องกับบ้านหลังนั้นเลย หลังจากนั้นสองวันก็มีตำรวจโทรมา เล่าให้ผมฟังว่าผู้ตายเขาเป็นเจ้าของบ้านเช่าแห่งนึง ส่วนอยู่ที่ไหนตำรวจบอกเปิดเผย์ไม่ได้ จนถึงวันนี้มีอีกเหตุการณ์ที่ผมไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น คือแม่ของผมเสียขณะรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ซึ่งท่านได้เสียมาเกือบอาทิตย์แล้วแต่เหตุการณ์ที่คุณหมอโทรมาบอกกับผมละมันหมายความว่าอะไร และเหตุการณ์การเสียชีวิตของเจ้าของตึกมันเกี่ยวอะไรกัน เรื่องบ้าๆทั้งหมดนี้มันคืออะไร วันนั้นผมได้ลองไปสถานที่ ที่ผมได้ไปสมัครงานแต่กลับกันสถานที่นั้นกลับไม่เคยมีมาก่อน ตึกนั้นกลับไปเป็นห้างธรรมดาๆแห่งนึง และทุกอย่างที่เกิดในอาทิตย์นั้นมันกลับหายไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
                แต่ในวันนั้นผมได้ลองไปหาครอบครัวนึงที่เพื่อนของผมเคยแนะนำไว้ว่าครอบครัวนี้เป็นร่างทรง ผมต้องการจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ให้ได้ แต่ขณะที่ผมกำลังเข้าไปภายในบ้านหลังนั้น กลับมีผู้หญิงวัยนักเรียน 2 คน และผู้หญิงวัยกลางคนอีก 1 คน และร่างที่มีเลือดท่วมตัวอีก 1 ทั้งหมดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
                                โปรดติดตามบทต่อไป……
    บทที่ 3 ก้าน
         สวัสดีครับผม ใย เป็นวัยรุ่นทั่วไปที่พึ่งเรียนจบที่มีความฝันเหมือนคนทั่วไป วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ต้องพยายามหางานทำต่อไป ช่างต่างกับวัยรุ่นคนอื่นๆที่กำลังหาตัวเองหรือไปใช้ชีวิตหลังเรียนจบ แต่ผมกลับต้องพยายามหางานเพื่อใช้ในวันถัดๆไป ผมนั่งอยู่บนรถเมล์เพื่อไปสัมภาษณ์งานครั้งแรกหลังจากสมัครงานมานาน อยู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้นผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเบอร์ที่ขึ้นมาเป็นเบอร์หมอที่กำลังรักษาแม่ของผมอยู่ ในตอนวัยเด็กแม่ผมได้มาช่วยผมไว้ในตอนที่ผมกำลังเล่นน้ำอยู่ แต่หลังจากพาผมขึ้นมาได้แม่ของผมกลับหายไปในทะเลเกือบ 20 นาที ทำให้แม่ผมยังหมดสติจนถึงปัจจุบัน “สวัสดีครับคุณใย ตอนนี้แม่ของคุณอยู่ดีๆก็มีอาการโคม่า คุณหมอแนะนำให้ผ่าตัดด่วนคุณใยว่ายังไงครับ” ผมที่ได้ยินสิ่งที่คุณหมอพูดผมทำได้แค่ตกใจและช็อคไปพร้อมๆกันได้แต่ตอบกลับไปว่า “คุณหมอครับช่วยยื้อเวลาให้หน่อยนะครับตอนนี้ผมกำลังจะได้งานทำแล้วเดียวผมจะรีบเอาเงินไปให้” สิ้นเสียงนั้นผมจึงวางสายคุณหมอไปนั่งมาสักพักจนถึงสถานที่ที่ผมนัดมาสัมภาษณ์ไว้ ผมจึงรีบรถไปจากรถแต่ทว่านั้นผมกำลังจะหยิบเอกสารออกจากกระเป๋าผมดันลืมเอาเอกสารสมัครงานมาด้วย “บ้าเอ๋ยมาลืมบ้าอะไรวันนี้เนี่ย” ผมตัดสินใจเลือกเข้าไปก่อนเพื่อจะอธิบายเรื่องราวให้ฟัง ผมนั่งรอจนถึงคิวของผมเข้าไปสัมภาษณ์ในขณะที่ผมกำลังเดินเข้าไป คนที่ยืนตรวจเอกสารก็พูดขึ้นมาว่า “ขอดูเอกสารหน่อยยืนยันตัวตนหน่อยนะคะ” ผมได้แต่อึ้งและตอบกลับไปแบบเสียงสั่นๆว่า “เอออ พอดีผมลืมเอาเอกสารมาด้วยอะครับ แต่ผมจำทุกอย่างได้หมดเลยนะครับ” คนตรวจเอกสารได้บอกกับผมว่า “ไม่ได้นะคะถ้าไม่มีเอกสารก็อย่าเข้าไปเลยคะเสียเวลาคนสมัครคนอื่น” ใยตอบ “ไม่ได้นะครับงานครั้งนี้มันสำคัญกับผมจริงๆช่วยผมหน่อยนะครับ “ “ ไม่ได้ค่ะถ้าคุณไม่ออกไปเองดิฉันต้องเรียกรปภมาดึงตัวออกไปนะคะ” หลังจากนั้นผมก็พยายามอธิบายอยู่นานจนมีรปภมาดึงตัวผมออกไป หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้ผมรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตมากๆ รู้แค่ว่าถ้าทำได้ดีกว่านี้ก็คงดี ถ้าตอนนั้นนึกขึ้นได้เรื่องเอกสารก็คงได้งานไปแล้ว หลังจากนั้นผมก็ตัดสินใจที่จะกลับบ้านเพื่อลองหางานในอินเทอร์เน็ตอีกที 
                  ด้วยความเพลียผมจึงเผลอนอนบนรถตื่นอีกทีก็ถึงป้ายที่ต้องลงแล้ว ผมเดินกลับบ้านด้วยความเซ็งและแวะซื้อข้าวแกงร้านประจำกลับไปกินด้วย ผมเดินมาถึงหน้าบ้านอยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงที่ไม่อยากได้ยินที่สุด “ใยเงินค่าเช่าละ เดือนนี้ก็เข้าเดือนที่ 3 แล้วนะที่ยังไม่ได้จ่าย” เสียงป้าเจ้าของบ้านถามด้วยความไม่พอใจ “ป้าครับช่วยรออีกหน่อยนะครับ ตอนนี้ผมพยายามหาเงินมาใกล้ได้แล้ว เดียวผมขอเวลาอีกหนึ่งเดือนนะครับ” ผมขอร้องป้าเจ้าของบ้านอยู่นานกว่าคุณป้าเขาจะยอมให้ผมเลื่อนจ่ายค่าบ้านไปก่อน ผมจึงรีบวิ่งเข้าบ้านเพื่อหาข้อมูลสมัครงานหรือร้านต่างๆที่เขายังรับพนักงานอยู่ ผมยื่นเอกสารสมัครงานไปทุกที่ ผมพยายามเดินหาที่เขาแปะป้่ายรับสมัครงาน จนดึกผมจึงตัดสินใจกลับบ้านเพื่อพักผ่อน ผมรู้สึกเหนื่อยมากๆกับชีวิตในแต่ละวัน ทุกๆอย่างเข้ามาพร้อมๆกันจนผมรับมือไม่ไหวชีวิตของผมตอนนี้มันเหมือนเดินทางมาถึงทางตันแล้ว จนผมเผลอหลับไป
               อยู่ดีๆผมก็สะดุดตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังลั่นไปทั่วบ้าน “ใครโทรมาเวลานี่เนี่ย” ผมหหยิบโทรศัพท์มารับพร้อมพูดว่า
                       “ฮัลโหลครับนี่ใครครับ” 
                       “สวัสดีคะนี้ใช่เบอร์ของคุณใย ที่มาสมัครงานกับเราทางเว็บไซต์ใช่ไหมคะ”
                       “ใช่ครับผมเอง ที่โทรมาแปลว่าผมได้งานแล้วใช่ไหมครับ ผมทำครับ ผมทำเลย ทำวันนี้เลยก็ได้นะครับ”
                      “ได้คะถ้าคุณใยพรัอม คุณใยเดินทางไปที่สถานที่ที่ทางเราส่งให้ทางข้อความเลยนะคะ”
                      “ครับ ได้ครับ”
    หลังจากวางสายไปผมตะโกนเสียงดังลั่นบ้านด้วยความดีสุดขีด “เย้ ในที่สุดก็ได้งานนักที” ผมรีบลุกออกจากที่นอนและตรงเข้าไปห้องน้ำเพื่ออาบน้ำและไปทำงานเป็นวันแรก แต่เส้นทางที่จะไปทำงานครั้งนี้มันไม่เหมือนไปสถานที่ทั่วๆไป ผมต้องเข้าป่าและเดินเท้าเปล่าเข้าไปเกือบ 3 กิโล สถานที่ที่อยู่ตรงหน้าผมนั้นมันไม่เหมือนกับบริษัทและมันไม่เหมือนกับร้านที่จะพร้อมจะขายอะไรสักอย่างได้ มันกับมีแต่ฝุ่นมีแต่ใยแมงมุงและไม้เก่าๆที่พอประกอบเป็นบ้านเล็กๆหลังนึงได้แต่สภาพของมันก็ไม่น่าจะมีใครสักคนพออาศัยอยู่ภายในได้ ผมได้เดินสำรวจรอบๆบ้านก็ไม่เห็นแม้แต่สิ่งมีชีวิตเดียวอยู่ภายในบ้านแต่ผมกับได้กลิ่นของเน่าเสียมาจากภายในบ้าน ผมจึงตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปดู ผมเข้าไปในภายในบ้านได้ไม่นานกลิ่นมันกลับแรงขึ้นแบบสุดๆผมลองเดินเข้าไปอีกนึงเพื่อจะเจอต้นตอของกลิ่น แต่สิ่งที่ผมเห็นมันกลับเป็นศพของใครก็ไม่รู้ที่เน่าเหม็ดจนมีหนูมาอยู่รอบๆศพ สภาพในขณะนั้นมันช่างชวนอ้วกเป็นที่สุด จนผมวิ่งออกมาจากบ้านหลังนั้น ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรกลับหาผู้หญิงคนนั้นที่โทรมา แต่มันกลับไม่มีเบอร์อะไรขึี้นมาในประวัติการรับก็ไม่มีแม้แต่เงาของเบอร์ เบอร์นั้นมันทำให้ผมตกใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมจึงตัดสินใจโทรหาตำรวจ เวลาผ่านไปไม่นานก็มีตำรวจกลุ่มนึงเข้ามาภายในป่าและเข้าไปตรวจสอบศพภายในบ้าน และตำรวจได้พาผมไปสอบปากคำที่โรงพักเพื่อเก็บหลักฐาน หลังจากให้การเสร็จสิ้นผมจึงตรงกลับมาที่บ้านเพื่อตรวจสอบดูเว็บไซต์ที่น่าสงสัยที่ผมได้ไปสมัครงานไว้ แต่มันกลับไม่มีเว็บไซต์ที่น่าสงสัยหรือเกี่ยวข้องกับบ้านหลังนั้นเลย หลังจากนั้นสองวันก็มีตำรวจโทรมา เล่าให้ผมฟังว่าผู้ตายเขาเป็นเจ้าของบ้านเช่าแห่งนึง ส่วนอยู่ที่ไหนตำรวจบอกเปิดเผย์ไม่ได้ จนถึงวันนี้มีอีกเหตุการณ์ที่ผมไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น คือแม่ของผมเสียขณะรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ซึ่งท่านได้เสียมาเกือบอาทิตย์แล้วแต่เหตุการณ์ที่คุณหมอโทรมาบอกกับผมละมันหมายความว่าอะไร และเหตุการณ์การเสียชีวิตของเจ้าของตึกมันเกี่ยวอะไรกัน เรื่องบ้าๆทั้งหมดนี้มันคืออะไร วันนั้นผมได้ลองไปสถานที่ ที่ผมได้ไปสมัครงานแต่กลับกันสถานที่นั้นกลับไม่เคยมีมาก่อน ตึกนั้นกลับไปเป็นห้างธรรมดาๆแห่งนึง และทุกอย่างที่เกิดในอาทิตย์นั้นมันกลับหายไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
                แต่ในวันนั้นผมได้ลองไปหาครอบครัวนึงที่เพื่อนของผมเคยแนะนำไว้ว่าครอบครัวนี้เป็นร่างทรง ผมต้องการจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ให้ได้ แต่ขณะที่ผมกำลังเข้าไปภายในบ้านหลังนั้น กลับมีผู้หญิงวัยนักเรียน 2 คน และผู้หญิงวัยกลางคนอีก 1 คน และร่างที่มีเลือดท่วมตัวอีก 1 ทั้งหมดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
                                โปรดติดตามบทต่อไป……
     

    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×